ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผักผลไม้ในครัว ลดอาการ Panic ต้าน COVID-19



          “มึงว่ากูติดยัง” แฮชแท็กที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกโซเชียล อันเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดไปทั่วโลก และอาการของโรคที่มีลักษณะคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา อันได้แก่ ไอแห้ง เป็นไข้ หายใจลำบาก จึงทำหลายๆ คนเริ่มเกิดอาการ Panic หรือก็คือตื่นตระหนกกังวลว่าตัวเองจะติดโรค ซึ่งแท้จริงแล้วผู้มีอาการอาจเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาก็เป็นได้ บทความนี้ผมจึงจะมาแนะนำผักผลไม้ที่หารับประทานได้ง่ายในทุกครัวเรือน ที่นอกจากจะหาได้ง่ายเหมาะกับช่วง Work from home แล้ว ยังมีสารสกัดที่ช่วยต้าน Covid-19 ได้อีกด้วย

1. เปลือกส้ม

          เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆท่านต้องชื่นชอบการรับประทานส้มอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ให้ผิวพรรณของผู้รับประทานเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ส้มยังหาซื้อง่าย และสามารถใช้ทุกส่วนของส้มให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่ “เปลือกส้ม” ที่มีสรรพคุณในการต้านโควิด เนื่องด้วยผิวและเยื่อหุ้มด้านในเปลือกส้ม มีโอเรียนทิน (Orientin) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ นอกจากนี้เปลือกส้ม ยังจัดเป็นหนึ่งในสมุนไพรจำนวน 6 ชนิด ของตำรับยาจีนที่ใช้ชงดื่มแทนน้ำชา ป้องกันปอดบวมอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามแนวทางของมณฑลหูเป่ย




2. มะนาว


          หนึ่งในผลไม้ตระกูลส้มใกล้ตัวที่นอกจากจะนำมาปรุงอาหารเพิ่มรสเปรี้ยวแล้ว ยังมีการใช้ผล เปลือก น้ำ และน้ำมันจากมะนาวเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคนานาชนิด เช่น บรรเทาอาการคลื่นไส้ รักษาสิว ป้องกันนิ่วในไต โรคหวัด แก้ไอ ลดอาการเจ็บคอและอีกมากมาย ซึ่งการไอและเจ็บคอ จัดเป็นหนึ่งในอาการขั้นต้นของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด–19 ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดธรรมดาหลายคนมีอาการเจ็บคอและไอ ก็เกิด Panic คิดว่าตนติดเชื้อโควิด-19แล้ว ผมจึงขอแนะนำท่านผู้อ่านที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงว่าอย่าเพิ่งวิตกกังวล ให้ท่านลองใช้ผลมะนาวสดคั้นเอาแต่น้ำแทรกเกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ หรือใช้มะนาวครึ่งลูกบีบใส่น้ำอุ่นครึ่งแก้ว แล้วผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา วิตามินซีและรสเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยขับน้ำลาย ลดอาการระคายเคืองที่เยื่อบุผิวภายในลำคอ ส่วนน้ำผึ้งมีสรรพคุณบรรเทาอาการเจ็บคอ รับประทานอย่างนี้เป็นประจำ ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์อาการเจ็บคอและไอของคุณก็จะหายไป

3. ขิง

          ขิงเป็นพืชที่มีเหง้าใต้ดิน ภายนอกเหง้าเป็นน้ำตาลแกมเหลือง เนื้อในสีขาวหรือเหลืองอ่อน มักนำมาปรุงอาหารเพราะส่งกลิ่นหอม นอกจากนี้ ขิงยังใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่ม สบู่ และเครื่องสำอางทั้งหลายเช่นกัน ด้านประโยชน์ต่อสุขภาพ มีความเชื่อเกี่ยวกับการใช้ขิงรักษาโรคหลากหลายชนิดมาอย่างยาวนาน เช่น โรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารอย่างท้องเสีย มีแก๊สในกระเพาะ อาหารไม่ย่อย อาการเมารถเมาเรือ คลื่นไส้ ไม่อยากอาหาร ป้องกันโรคหวัดเป็นต้นเป็นต้น จากการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้ มีการทดลองโดยใช้ขิงแห้งและขิงสดมาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำขิงร้อน เพื่อรับมือกับโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากไวรัสอาร์เอสวี (Human Respiratory Syncytial Virus) ผลลัพธ์พบว่าน้ำขิงที่ได้จากขิงสดมีประสิทธิภาพต่อต้านการสะสมของเชื้อไวรัสบริเวณเยื่อบุผิวทางเดินหายใจด้วยการป้องกันการยึดเกาะหรือการแพร่เข้าสู่เซลล์ร่างกายของไวรัสได้



4. กะเพรา

         กะเพรา คือพืชชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหาร มีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย นอกจากจะเป็นพืชที่ขึ้นชื่อเรื่องการนำมาทำอาหารยอดนิยมอย่างผัดกะเพราแล้ว ผู้คนยังใช้เป็นยาอายุรเวชปรับสมดุลความเครียดภายในร่างกาย โดยนำใบ ก้าน และเมล็ดของกะเพรามารักษาอาการป่วยต่าง ๆ นอกจากนี้กะเพรายังมีโอเรียนทิน (Orientin) เป็นสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ จึงทำให้สรรพคุณทางยาของพืชชนิดนี้เป็นที่กล่าวถึงในหลายประการ ไม่ว่าจะช่วยรักษาไข้หวัด เบาหวาน โรคหอบ หลอดลมอักเสบ ปวดหู ปวดศีรษะ ท้องไม่ดี หรือความเครียด อีกทั้งยังเชื่อว่าช่วยต้านพิษงูหรือแมงป่องและนำมาไล่ยุงด้วย


          ไม่เพียงแต่ผักผลไม้ที่กล่าวมาข้างต้นที่มีสรรพคุณช่วยต้านโควิด-19 ยังมีผักผลไม้อีกหลายหลายนาๆชนิดซึ่งยังไม่ได้กล่าวถึง เช่น แอปเปิล,ส้มซ่า,มะรุม,ใบหม่อน,หอมแดง และหอมหัวใหญ่ เป็นต้น ล้วนแต่มีสรรพคุณช่วยต้านโควิดทั้งสิ้น การที่จะให้ตัวเอง “ห่างโรค ปลอดทุกข์” ได้นั่น คือการที่เราต้องรู้จักดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญ ยิ้มกว้าง ให้กับปัญหาเพื่อจิตใจจะได้เบิกบาน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ




ที่มา: 
thairath , pobpad , goodlifeupdate

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

6 วิธีรับมือและป้องกัน COVID -19

1. ล้างมือบ่อยๆ           จะต้องล้างมือให้สะอาดโดยทันที เมื่อหลังจากกลับจากข้างนอกถึงบ้าน , ก่อนและหลังรับประทานอาหาร , หลังจากไอหรือจาม , หลังจากเข้าห้องน้ำ, หลังจากสัมผัสกับสัตว์ และจัดการกับอุจจาระ 2. อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเท 3. มีมารยาทในการไอและจาม            กรุณาใช้กระดาษทิชชูหรือข้อศอกปิดปากและจมูก หรือ สวมหน้ากากอนามัย ขณะไอหรือจาม เช่นนี้แล้วไวรัสก็จะไม่สามารถแพร่กระจายออกมาได้ ไม่ว่าคุณจะป่วยหรือไม่ ก็ตาม เมื่อจามจะต้องปิดปากและจมูกให้เรียบร้อย! 4.ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมที่บ้านโดยไม่ส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านของคุณ 5. ตรวจเช็คสุขภาพประจำวันของคุณและครอบครัว          เมื่อพบว่าตนเองหรือคนในครอบครัวมีอาการป่วยดังนี้ ควรจะทำการกักตัว และ ไปพบแพทย์เพื่อรับความช่วยเหลือโดยทันที อาการที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่าติดเชื้อ จะรวม ถึงตัวร้อน เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เบื่ออาหาร ไมมีแรง ซึม คลื่นไส้ ท้องเสีย ปวดศีรษะ ใจสั่น ตาแดง ป...

ไอเดียจัดบ้านง่ายๆ ช่วง Work From Home

          ในช่วงของภาวะการแพร่ระบาดของ   ไวรัสโคโรนา 2019  หรือ โควิด-19 (Covid-19)  ส่งผล กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราหลายๆคน ซึ่งรัฐบาลกำลังรณรงค์ให้  Stay At Home  และ  Social Distancing  เพื่อความปลอดภัย และลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส นอกจากนี้ยังมีหลายๆบริษัทได้ออกนโยบายให้พนักงาน  Work from home  แน่นอนว่า เราจึงขอนำเสนอ ไอเดียจัดพื้นที่ในบ้านให้เป็นมุมทำงาน ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศให้น่าทำงาน เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่จะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งทางความคิด อีกทั้งยังช่วยลดความตึงเครียดเพิ่มความผ่อนคลายได้อีกด้วย             สำหรับใครที่เริ่ม  Work From Home   มาดู   8   วิธีเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นออฟฟิศที่น่าทำงาน 1.   เพิ่มสีเขียวให้โต๊ะทำงาน           การนั่งทำงานนานๆทั้งวัน ก็อาจทำให้ตารู้สึกเมื่อยล้าได้ หากเราหาไอเท็มสีเขียวหรือหยิบต้นไม้ขนาดเล็กมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงาน อย่างเช่น  แค...