ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

COVID-19 ยิ่งเข้าใจ ยิ่งป้องกันได้ดีมากยิ่งขึ้น!!



เชื้อไวรัสของโรคโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างไร?

1. การแพร่ระบาดโดยตรง
          ผ่านละอองสารคัดหลั่งในระยะใกล้กับผู้ติดเชื้อ เช่น จาม ไอ หรือพูดคุย เมื่อได้รับเชื้อจะทำให้เกิดการติดเชื้อ พ

2. การแพร่ระบาดโดยการสัมผัส
          ผ่านละอองสารคัดหลั่งที่เกาะอยู่ตามพื้นผิววัสดุ เมื่อสัมผัสโดนตัวหรือจับต้องใช้งาน หลังจากนั้นนำไปสัมผัสที่ปาก จมูก หรือดวงตา เป็นต้น จะทำให้เกิดการติดเชื้อได้บาดโดยผ่านอากาศ

3. การแพร่ระบาดโดยผ่านอากาศ
         เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมแบบปิดเป็นเวลานาน และมีปริมาณละอองของไวรัสเข้มข้นสูง ก็อาจจะเกิดการแพร่เชื้อได้เช่นกัน เนื่องจากในการแยกเชื้อไวรัสของโรคโควิด-19 ในปัสสาวะและอุจจาระจะต้องใช้ความระมัดระวัง เกี่ยวกับละอองที่กระจายออกสู่สิ่งแวดล้อม หรือทำให้เกิดการแพร่เชื้อแบบการสัมผัส

อาการของผู้ติดเชื้อโควิด - 19

          ร่างกายของเราไม่สามารถต่อต้านเชื้อไวรัสของโรคโควิด-19 ได้ หากสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ป่วย ไม่ชอบการล้างมือ ภูมิคุ้มกันลดลง พวกเราก็มีโอกาสที่จะได้รับเชื้อ เมื่อเริมป่วย พวกเราก็จะมีอาการ ตัวร้อน เป็นไข้ ไอ หายใจลำบาก และอาจจะมีอาการ ซึม รู้สึกทั่วทั้งรางกายอ่อนแรง หรือแม้กระทังบางคนอาจจะมีอาการป่วยหนัก จนต้อง นอนอยูบนเตียงเป็นเวลานาน เชื้อของโรคโควิด-19 ทำให้เกดอาการป่วยได้มากมาย หากป่วยหนักจะทำให้ผู้ที่มีรางกายอ่อนแอเสียชีวิตได้


เมื่อเชื้อไวรัสของโรคโควิด-19 อยู่ในร่างกายเราจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง

          ผู้ป่วยโรคโควิด-19จะมีขั้นตอนการแสดงอาการแตกต่างกันออกไป เริ่มแรกอาจจะมีอาการตัวร้อน เป็นไข้ ไอ รู้สึกร่างกายไมมีแรง และ จะค่อยๆเกิดอาการหายใจล้มเหลว โดยทั่วไปไวรัสชนิดนี้จะมีระยะฟักตัว ในร่างกายประมาณ 7 วัน และบางทีอาจจะมีระยะฟักตัวถึง 14 วัน โดย ประมาณ พวกคุณรู้หรือไม่ในช่วงระยะฟักตัวพวกมันทำอะไรกันบ้าง? ถูกต้อง พวกมันได้มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วในร่างกายของคุณ เร็วจนกระทั่ง ความแข็งแรงในร่างกายของคุณกำจัดมันไม่ทันเลยทีเดียว เพียงแค่เข้าสู่ร่างกายของคุณ คุณก็จะกลายเป็น “เครื่องถ่ายเอกสาร” ให้กับพวกมันช่วย เหลือพวกมันในการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น


จะพิจารณาอย่างไรว่าตนเองสมควรจะต้องไปพบแพทย์หรือไม่

          หากมีไข้(อุณหภูมิใต้รักแร้ ≥37.3℃) ไม่มีแรง ไอแห้ง อาการเหล่านี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าคุณได้รับเชื้อ แต่หากมีอาการเหล่านี้ปรากฏขึ้น จะต้องรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยในสถาบันการแพทย์โดยทันที

1. ก่อนหน้าที่จะแสดงอาการป่วย 14 วันมีประวัติการเดินทางท่องเที่ยวหรือพักอาศัยในบริเวณที่เกิดการแพร่ระบาดของโรค

2. ก่อนหน้าที่จะแสดงอาการป่วย 14 วัน ได้มีการใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 (ได้รับการยืนยันจากการตรวจสอบกรดนิวคลีอิกที่ให้ผลเป็นบวก)

3. ก่อนหน้าที่จะแสดงอาการป่วย 14 วัน มีการใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ที่เดินทางมาจากแหล่งแพร่ระบาดของโรค

4. การรวมกลุ่มชุมนุม (ภายในระยะเวลา 14 ได้ไปหรืออยูในสภาพแวดล้อมที่พบผู้ป่วยมากกวา 2 คนขึ้นไปที่มีไข้และโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ที่บ้าน สำนักงาน ห้องเรียน เป็นต้น)



ที่มา: คู่มือป้องกัน COVID-19

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผักผลไม้ในครัว ลดอาการ Panic ต้าน COVID-19

          “มึงว่ากูติดยัง” แฮชแท็กที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกโซเชียล อันเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดไปทั่วโลก และอาการของโรคที่มีลักษณะคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา อันได้แก่ ไอแห้ง เป็นไข้ หายใจลำบาก จึงทำหลายๆ คนเริ่มเกิดอาการ Panic หรือก็คือตื่นตระหนกกังวลว่าตัวเองจะติดโรค ซึ่งแท้จริงแล้วผู้มีอาการอาจเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาก็เป็นได้ บทความนี้ผมจึงจะมาแนะนำผักผลไม้ที่หารับประทานได้ง่ายในทุกครัวเรือน ที่นอกจากจะหาได้ง่ายเหมาะกับช่วง Work from home แล้ว ยังมีสารสกัดที่ช่วยต้าน Covid-19 ได้อีกด้วย 1. เปลือกส้ม           เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆท่านต้องชื่นชอบการรับประทานส้มอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ให้ผิวพรรณของผู้รับประทานเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ส้มยังหาซื้อง่าย และสามารถใช้ทุกส่วนของส้มให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่ “เปลือกส้ม” ที่มีสรรพคุณในการต้านโควิด เนื่องด้วยผิวและเยื่อหุ้มด้านในเปลือกส้ม มีโอเรียนทิน (Orientin) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องก...

สรุปที่มาของ COVID-19 แบบเข้าใจง่าย

                    ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบชัดเจนของแหล่งกำเนิดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่ก็ได้มีนักวิจัยหลายท่านที่ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับต้นตอของเชื้อไวรัสโควิด-19 วันนี้ผมจึงจะขอยกเนื้อความบางส่วนของแต่ละบทความมานำเสนอ และสรุปให้ผู้อ่านได้ทราบคร่าวๆ ดังต่อไปนี้           ในตอนแรกได้มีผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Lancet ฉบับวันที่ 29 ม.ค. 2563 เผยถึงข้อมูลเรื่องต้นตอของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ 2019-nCoV ที่ได้จากการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมว่า แหล่งกำเนิดของเชื้อดังกล่าวจะมาจากค้างคาว แต่จะต้องมี "สัตว์ตัวกลาง" ที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคมาติดต่อสู่คนอีกทอดหนึ่ง           ซึ่งสอดคล้องกับศาสตราจารย์ กว๋อ ไห่เทา และคณะนักวิจัยด้านจุลชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กของสหรัฐฯ เผยข้อมูลข้างต้นในบทความที่ตีพิมพ์ลงเว็บไซต์วิชาการ The Conversation โดยชี้ว่าผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอของไวรัสสายพันธุ์ใหม่และข้อมูลชีวภาพที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดทำโดยนักวิจัยนานาชาติหลายคณะในช่วงไม่กี่สั...

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ในช่วงโควิด COVID-19

          ในสภาวะการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ (COVID-19) การบริโภคอาหารก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วันนี้เราจะมาบอกต่อถึงอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงไวรัสระบาด ซึ่งส่วนให ญ่จะเป็นอาหารที่คนขายใช้มือสัมผัส และไม่ได้ผ่านกระบวนการที่ให้ความร้อนต่อนั่นเอง จะมีอะไรบ้าง มาดูกันครับ! 1.ซูซิ และ ปลาดิบ           เนื่องจากซูซิและปลาดิบ เป็นอาหารที่ไม่ได้ผ่านความร้อนเลย ที่สำคัญเซฟจะใช้มือเปล่าในการปั้นข้าวหรือแล่ปลา สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เชื้อโรคติดมาที่อาหารของเราได้ 2. ส้มตำ           เช่นเดียวกับ ซูซิและปลาดิบ เพราะส้มตำเป็นอาหารที่ไม่ได้ผ่านความร้อนเลยเช่นกัน และร้านส้มตำบางร้านพ่อค้าแม่ค้าใช้มือเปล่าสับมะละกอ หั่นมะเขือเทศ บีบมะนาว ทำให้เชื้อโรคอาจติดจากมือมาที่ส้มตำได้ 3. สลัดผัก           เชื้อโควิดสามารถถูกทำลายด้วยวิธีการประกอบอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส แต่สลัดผักกลับเป็นอาหารที่ทุกอย่างจะต้องแช่เย็นเพื่อคงความสด ไม่ว่าจะเป็นผักต่างๆ น้ำสลัด หากร้านที่เรา...