ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สรุปที่มาของ COVID-19 แบบเข้าใจง่าย

         


          ขณะนี้ยังไม่มีใครทราบชัดเจนของแหล่งกำเนิดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่ก็ได้มีนักวิจัยหลายท่านที่ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับต้นตอของเชื้อไวรัสโควิด-19 วันนี้ผมจึงจะขอยกเนื้อความบางส่วนของแต่ละบทความมานำเสนอ และสรุปให้ผู้อ่านได้ทราบคร่าวๆ ดังต่อไปนี้

          ในตอนแรกได้มีผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Lancet ฉบับวันที่ 29 ม.ค. 2563 เผยถึงข้อมูลเรื่องต้นตอของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ 2019-nCoV ที่ได้จากการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมว่า แหล่งกำเนิดของเชื้อดังกล่าวจะมาจากค้างคาว แต่จะต้องมี "สัตว์ตัวกลาง" ที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคมาติดต่อสู่คนอีกทอดหนึ่ง

          ซึ่งสอดคล้องกับศาสตราจารย์ กว๋อ ไห่เทา และคณะนักวิจัยด้านจุลชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยพิตต์สเบิร์กของสหรัฐฯ เผยข้อมูลข้างต้นในบทความที่ตีพิมพ์ลงเว็บไซต์วิชาการ The Conversation โดยชี้ว่าผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอของไวรัสสายพันธุ์ใหม่และข้อมูลชีวภาพที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจัดทำโดยนักวิจัยนานาชาติหลายคณะในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีความเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสจะมาจากงูพิษสายพันธุ์ที่พบในจีนมากที่สุด โดยชี้ว่าการวิเคราะห์ดีเอ็นเอของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019-nCoV แสดงถึงความใกล้ชิดทางพันธุกรรมกับไวรัสโรคซาร์สและโรคเมอร์สที่มาจากค้างคาวมากที่สุด ทั้งยังพบว่ารหัสพันธุกรรมของส่วนหนามบนตัวไวรัส ซึ่งทำหน้าที่จับกับเซลล์ของสิ่งมีชีวิตที่มันเข้าไปอาศัยอยู่นั้น เกิดการกลายพันธุ์ขณะที่อยู่ในตัวค้างคาว ก่อนจะติดต่อสู่สัตว์ชนิดอื่นและมนุษย์ต่อไป

          การกลายพันธุ์ของตัวรับ (receptor) บนส่วนหนามของไวรัสดังกล่าว พบว่ามีความคล้ายคลึงกับการกลายพันธุ์ของหนามไวรัสโคโรนาที่พบในงู มากกว่าที่พบในสัตว์ป่าชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงูเห่าจีนและงูสามเหลี่ยมจีนซึ่งมีจำหน่ายในตลาดสดขายส่งอาหารทะเลของเมืองอู่ฮั่น ทีมผู้วิจัยยังได้สันนิษฐานไว้ด้วยว่า งูอาจเป็นสัตว์ตัวกลางที่ส่งต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากค้างคาวมาสู่คน โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่างูพิษที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติล่าค้างคาวในถ้ำเป็นอาหาร

          แต่อีกด้านหนึ่งก็มีคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยการเกษตรจีนใต้ (South China Agricultural University) ในเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง แถลงว่า ตัวนิ่ม สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใกล้สูญพันธุ์ซึ่งในเอเชียมักนิยมนำไปทำเป็นอาหารและยา อาจเป็น "ตัวกลาง" ในการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม กองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ) ยังได้ระบุว่า ตัวนิ่มเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกประเภทหนึ่งที่มีการลักลอบค้ามากที่สุดในเอเชีย แม้ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากเนื้อของตัวนิ่มถูกจัดว่าเป็นอาหารรสเลิศในหลายประเทศรวมถึงจีน

          จากที่กล่าวมาทั้งหมดตามข้างต้น เราจึงสามารถสรุปเป็นใจความสั้นๆได้ตามภาพด้างล่างได้ดังนี้ครับ



ที่มา: BBC NEWS


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผักผลไม้ในครัว ลดอาการ Panic ต้าน COVID-19

          “มึงว่ากูติดยัง” แฮชแท็กที่กำลังเป็นที่นิยมในโลกโซเชียล อันเนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด Covid-19 ที่เริ่มแพร่ระบาดไปทั่วโลก และอาการของโรคที่มีลักษณะคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา อันได้แก่ ไอแห้ง เป็นไข้ หายใจลำบาก จึงทำหลายๆ คนเริ่มเกิดอาการ Panic หรือก็คือตื่นตระหนกกังวลว่าตัวเองจะติดโรค ซึ่งแท้จริงแล้วผู้มีอาการอาจเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดาก็เป็นได้ บทความนี้ผมจึงจะมาแนะนำผักผลไม้ที่หารับประทานได้ง่ายในทุกครัวเรือน ที่นอกจากจะหาได้ง่ายเหมาะกับช่วง Work from home แล้ว ยังมีสารสกัดที่ช่วยต้าน Covid-19 ได้อีกด้วย 1. เปลือกส้ม           เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายๆท่านต้องชื่นชอบการรับประทานส้มอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยแล้ว ยังประกอบด้วยวิตามินซี ซึ่งมีประโยชน์ให้ผิวพรรณของผู้รับประทานเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ส้มยังหาซื้อง่าย และสามารถใช้ทุกส่วนของส้มให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย ไม่เว้นแม้แต่ “เปลือกส้ม” ที่มีสรรพคุณในการต้านโควิด เนื่องด้วยผิวและเยื่อหุ้มด้านในเปลือกส้ม มีโอเรียนทิน (Orientin) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีศักยภาพในการป้องก...

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ในช่วงโควิด COVID-19

          ในสภาวะการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ (COVID-19) การบริโภคอาหารก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ วันนี้เราจะมาบอกต่อถึงอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงไวรัสระบาด ซึ่งส่วนให ญ่จะเป็นอาหารที่คนขายใช้มือสัมผัส และไม่ได้ผ่านกระบวนการที่ให้ความร้อนต่อนั่นเอง จะมีอะไรบ้าง มาดูกันครับ! 1.ซูซิ และ ปลาดิบ           เนื่องจากซูซิและปลาดิบ เป็นอาหารที่ไม่ได้ผ่านความร้อนเลย ที่สำคัญเซฟจะใช้มือเปล่าในการปั้นข้าวหรือแล่ปลา สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เชื้อโรคติดมาที่อาหารของเราได้ 2. ส้มตำ           เช่นเดียวกับ ซูซิและปลาดิบ เพราะส้มตำเป็นอาหารที่ไม่ได้ผ่านความร้อนเลยเช่นกัน และร้านส้มตำบางร้านพ่อค้าแม่ค้าใช้มือเปล่าสับมะละกอ หั่นมะเขือเทศ บีบมะนาว ทำให้เชื้อโรคอาจติดจากมือมาที่ส้มตำได้ 3. สลัดผัก           เชื้อโควิดสามารถถูกทำลายด้วยวิธีการประกอบอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส แต่สลัดผักกลับเป็นอาหารที่ทุกอย่างจะต้องแช่เย็นเพื่อคงความสด ไม่ว่าจะเป็นผักต่างๆ น้ำสลัด หากร้านที่เรา...